{"product_id":"50-graines-dargousier-hippophae-rhamoides","title":"เมล็ดซีบัคธอร์น 50 เมล็ด (Hippophae rhamnoides)","description":"\u003cp\u003e\u003cem\u003eHippophae rhamnoides\u003c\/em\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp\u003eซีบัคธอร์น หรือที่รู้จักในชื่อไมยราบทะเลและสับปะรดไซบีเรีย: ชื่อเล่นหลังนี้มาจากกลิ่นหอมแปลกใหม่อย่างน่าประหลาดของผลสีส้ม ซึ่งยังคงติดอยู่ตามกิ่งก้านจนถึงกลางฤดูหนาว นี่คือหนึ่งในไม้พุ่มไม่กี่ชนิดที่สามารถขึ้นครอบครองเนินทราย กองหินถล่ม และพื้นที่เสื่อมโทรมที่สุดได้ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนดิน\u003c\/p\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eลักษณะเด่น:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eผลสีส้มสด:\u003c\/strong\u003e มีรสเปรี้ยวจัด ติดอยู่ตามกิ่งตลอดฤดูหนาว และช่วยแต่งแต้มสวนให้สดใส\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eไม้พุ่มมีหนาม:\u003c\/strong\u003e เหมาะสำหรับทำแนวรั้วป้องกัน พร้อมใบสีเงินที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eพืชตรึงไนโตรเจน:\u003c\/strong\u003e ปมรากช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดินที่ยากจนได้ตามธรรมชาติ\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eทนหนาวได้ดีเยี่ยม:\u003c\/strong\u003e ทนความหนาวได้ถึง -30 °C รวมถึงละอองเกลือทะเลและลมแรง\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eสำคัญ — ซีบัคธอร์นเป็นพืชแยกเพศต่างต้น:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eต้นเพศผู้และเพศเมียแยกกัน และ \u003cstrong\u003eมีเพียงต้นเพศเมียเท่านั้นที่ให้ผล\u003c\/strong\u003e ดังนั้น หากต้องการเก็บผล ต้องปลูกทั้งสองเพศ\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eหลักปฏิบัติคือ \u003cstrong\u003eต้นเพศผู้หนึ่งต้นต่อต้นเพศเมียหกถึงแปดต้น\u003c\/strong\u003e โดยปลูกต้นเพศผู้อยู่เหนือลม เนื่องจากการผสมเกสรอาศัยลม ควรเพาะเมล็ดเผื่อไว้ให้มาก เพราะจะไม่สามารถแยกเพศได้จนกว่าจะออกดอกครั้งแรก ซึ่งมักเกิดเมื่ออายุประมาณสามถึงสี่ปี\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eข้อควรระวัง:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eกิ่งก้านมีหนามยาวและแหลมคม จำเป็นต้องสวมถุงมือหนาในการตัดแต่งกิ่งและเก็บผล\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eรากแตกหน่ออย่างรวดเร็ว ควรเตรียมแผ่นกั้นรากหรือหมั่นตรวจดูเป็นประจำ หากไม่ต้องการให้แพร่ขยาย\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eคำแนะนำในการเพาะเมล็ด:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eแสงแดด:\u003c\/strong\u003e แดดเต็มวันเท่านั้น ไม่มีข้อยกเว้น\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eดิน:\u003c\/strong\u003e ใช้ได้กับดินแทบทุกชนิด รวมถึงดินทราย ดินปนหิน ดินยากจน หรือดินเค็ม ตราบใดที่ \u003cstrong\u003eระบายน้ำได้ดี\u003c\/strong\u003e เนื่องจากเป็นพืชตรึงไนโตรเจน จึงไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มเติม และเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่แทบไม่มีพืชชนิดใดขึ้นได้ สิ่งเดียวที่ไม่ชอบคือดินเหนียวหนักและมีน้ำขัง\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003e\n\u003cstrong\u003eวิธีการ:\u003c\/strong\u003e จำเป็นต้อง \u003ca href=\"\/th-intl\/blogs\/le-coin-des-graines\/stratification-a-froid-graines\"\u003eกระตุ้นเมล็ดด้วยความเย็น\u003c\/a\u003e เป็นเวลา 4 ถึง 6 สัปดาห์เพื่อทำลายภาวะพักตัว จากนั้นเพาะในฤดูใบไม้ผลิลงกระถางทรงลึกหรือแปลงปลูกโดยตรง ที่ความลึก 1 ซม.\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eคำแนะนำในการปลูก:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eย้ายปลูกโดยเว้นระยะ 1.50 ถึง 2 เมตร หากปลูกเป็นแนวรั้ว ควรเลือกตำแหน่งให้ดีตั้งแต่แรก เพราะรากที่แผ่ไปตามแนวนอนทำให้ย้ายปลูกภายหลังได้ยาก\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eคำแนะนำในการดูแล:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eรดน้ำเฉพาะในช่วงสองปีแรก จากนั้นไม้พุ่มจะดูแลตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eตัดแต่งกิ่งในช่วงปลายฤดูหนาวโดยสวมถุงมือหนา และตรวจดูหน่อที่แตกจากรากทุกปี\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eคำแนะนำในการเก็บเกี่ยว:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eผลบอบบางและติดแน่นอยู่ระหว่างหนาม วิธีดั้งเดิมคือ ตัดกิ่งที่มีผลมาก \u003cstrong\u003eนำไปแช่แข็ง\u003c\/strong\u003e แล้วเขย่า ผลที่แข็งตัวจะแยกออกมาเองโดยยังคงสภาพสมบูรณ์\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eเก็บเกี่ยวหลังจากมีน้ำค้างแข็งครั้งแรก เพราะจะช่วยลดความเปรี้ยวจัดของผล\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eการปลูกร่วมที่เป็นประโยชน์:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eสามารถปลูกร่วมเป็นแนวรั้วป้องกันและเป็นแหล่งอาหารกับ\u003ca href=\"\/th-intl\/products\/50-graines-deglantier-sauvage-rosa-canina\"\u003eกุหลาบป่า\u003c\/a\u003e \u003ca href=\"\/th-intl\/products\/30-graines-de-vinettier-berberis-vulgaris-hispanica\"\u003eบาร์เบอร์รี\u003c\/a\u003e หรือ\u003ca href=\"\/th-intl\/products\/150-graines-de-sureau-noir-sambucus-nigra\"\u003eเอลเดอร์ดำ\u003c\/a\u003e เนื่องจากเป็นพืชตรึงไนโตรเจน จึงช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดินแก่พืชข้างเคียง ดู\u003ca href=\"\/th-intl\/blogs\/le-coin-des-graines\/bases-permaculture\"\u003eพื้นฐานเพอร์มาคัลเจอร์\u003c\/a\u003e\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eประโยชน์ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eผลที่ติดอยู่บนต้นเป็นเวลานานช่วยเลี้ยงนกแบล็กเบิร์ด นกทริช และนกกระจิบในช่วงกลางฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่สุดสำหรับนก\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eพุ่มหนามหนาแน่นเป็นที่หลบภัยและทำรังที่ปลอดภัยจากผู้ล่า\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eปมรากช่วยตรึงไนโตรเจนในบรรยากาศและฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม จึงมีการใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อยึดเนินทรายและรักษาเสถียรภาพของไหล่ทาง ดู\u003ca href=\"\/th-intl\/blogs\/le-coin-des-graines\/sol-vivant-bacteries-champignons\"\u003eดินมีชีวิต\u003c\/a\u003e\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eการใช้ประโยชน์:\u003c\/strong\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cul\u003e\n\u003cli\u003eใช้ผลทำแยม เยลลี น้ำเชื่อม และน้ำผลไม้ โดยรสเปรี้ยวจัดมักต้องเติมน้ำตาล ผลนำไปแช่แข็งได้ดีมาก\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eใช้ทำแนวรั้วป้องกัน แนวกันลม ยึดหน้าดิน และฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม\u003c\/li\u003e\n\u003cli\u003eเป็นพืชสมุนไพรดั้งเดิม และยังใช้ในเครื่องสำอาง ดู\u003ca href=\"\/th-intl\/blogs\/le-coin-des-graines\/plantes-medicinales-a-semer\"\u003eพืชสมุนไพรสำหรับเพาะปลูก\u003c\/a\u003eของเรา\u003c\/li\u003e\n\u003c\/ul\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eความหมายเชิงสัญลักษณ์:\u003c\/strong\u003e\u003cbr\u003eชื่อสกุล \u003cem\u003eHippophae\u003c\/em\u003e ในภาษากรีกหมายถึง «ม้าเป็นประกาย» มีเรื่องเล่าว่าในสมัยโบราณ ม้าที่กินใบของพืชชนิดนี้จะมีขนเป็นเงางาม จึงทำให้พืชชนิดนี้ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับม้าศึกของอเล็กซานเดอร์มหาราช\u003c\/p\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eการเก็บเมล็ดของตนเอง:\u003c\/strong\u003e\u003cbr\u003eบดผลสุกจัดในน้ำเล็กน้อย ล้างเพื่อแยกเมล็ดออกจากเนื้อ แล้วผึ่งให้แห้งก่อนนำไปกระตุ้นด้วยความเย็นในฤดูหนาว ดู\u003ca href=\"\/th-intl\/blogs\/le-coin-des-graines\/conserver-ses-graines\"\u003eการเก็บรักษาเมล็ดของตนเอง\u003c\/a\u003e\u003c\/p\u003e\n\u003cp\u003e\u003cstrong\u003eความมุ่งมั่นด้านคุณภาพ:\u003c\/strong\u003e ที่ SemiSauvage - Permaculture เราปลูกและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์โดยยึดความเคารพต่อสิ่งมีชีวิตเป็นหลัก เราตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟแห่งโอแวร์ญ และเลือกพันธุ์ที่สามารถขยายพันธุ์ต่อได้และไม่ใช่พันธุ์ลูกผสม ผ่านการทดสอบอัตราการงอก คัดแยก และบรรจุอย่างพิถีพิถัน โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ความเชื่อของเราคือการคืนความสามารถให้คนทำสวนได้หว่านเมล็ดพันธุ์ของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกปี เมล็ดพันธุ์ที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง\u003c\/p\u003e\n\u003cp\u003eไม้พุ่มที่ช่วยทำให้ผืนดินเสื่อมโทรมกลับมาเขียวขจี และเลี้ยงนกในฤดูหนาว\u003c\/p\u003e","brand":"SemiSauvage","offers":[{"title":"Default Title","offer_id":48865909801293,"sku":"3760335362286","price":4.0,"currency_code":"USD","in_stock":true}],"thumbnail_url":"\/\/cdn.shopify.com\/s\/files\/1\/0826\/1658\/2477\/files\/12-graines-argousier-hippophae-rhamnoides-fond-blanc.webp?v=1719264199","url":"https:\/\/semisauvage.com\/th-intl\/products\/50-graines-dargousier-hippophae-rhamoides","provider":"SemiSauvage","version":"1.0","type":"link"}